Kai Healthy

เรื่องสุขภาพ|การออกกำลังกาย

รักษาโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน คืออะไร “รักกระดูก อย่าให้กระดูกหัก”

830 Views จำนวนผู้เยี่ยมชม

กระดูกประกอบด้วย โปรตีน คอลลาเจน และ แคลเซียม ซึ่งแคลเซียมฟอสเฟตเป็นตัวทำให้กระดูกแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกหรือดึงรั้ง กระดูกมีการสร้างและสลายตัวอยู่ตลอดเวลา 

ขณะที่มีการสร้างกระดูกใหม่โดยใช้แคลเซียมจากอาหารที่กินเข้าไป ก็จะมีการสลายแคลเซียมในเนื้อกระดูกเก่าออกมาในเลือดและถูกขับออกมาทางปัสสาวะและอุจจาระ

เด็ก กับ ผู้ใหญ่ ใครกระดูกแข็งแรกกว่ากัน?

ปกติในเด็กจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลาย ทำให้กระดูกมีการเจริญเติบโตมวลกระดูกจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนมีความหนาแน่นสูงสุด เมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้าง ทำให้กระดูกค่อยๆ บางตัวลงตามอายุที่มากขึ้น

ผู้ชาย กับ ผู้หญิง เกิดโรคกระดูกพรุนแตกต่างกันหรือไม่?

ผู้ชายจะเกิดภาวะกระดูกพรุนช้ากว่าผู้หญิงโดยเฉลี่ยประมาณ 10 ปี โดยผู้ชายจะมีอัตราการลดลงของมวลกระดูก 1-2% ต่อปี ในผู้หญิงช่วงหลังวัยหมดประจำเดือนจะมีอัตราการลดลงของมวลกระดูก 3-5 % ต่อปี 

ซึ่งเกิดจากการลดลงของของฮอร์โมนเอสโตรเจนแคลเซียมในเนื้อกระดูก เมื่อพร่องฮอร์โมนชนิดนี้ก็จะทำให้กระดูกบางตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเกิดภาวะกระดูกพรุน 

โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่จึงเกิดจากภาวะหมดประจำเดือนในผู้หญิง ในช่วง 10 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนจะมีการสลายของกระดูกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และความเสื่อมตามอายุที่มีการสะสมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยาวนาน ของการเสียสมดุลระหว่างการสร้างและการสลายของกระดูก พบได้ทั้งชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 75 ปี 

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร

โรคกระดูกพรุน คือ โรคที่เนื้อกระดูกลดลงและโครงสร้างของกระดูกเสื่อมลง มีผลให้เกิดกระดูกอ่อนแอ เปราะบาง หักง่าย

โรคกระดูกพรุนมีอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตหรือไม่?

จากการศึกษาพบว่า อัตราการเสียชีวิตใน 1 ปี หลักจากกระดูกสะโพกหักในผู้หญิงสูงอายุ พบสูงเกือบ 20% สำหรับผู้ที่รอดชีวิตพบว่าเกือบ 80% ไม่สามารถปฎิบัติกิจวัตรประจำวันอย่างน้อยหนึ่งอย่างได้ และเกือบ 30% มีความพิการแบบถาวร

กระดูกเราแข็งแรงหรือเปล่า และกระดูกหักง่ายหรือไม่?

บุคคลที่มีปัจจัยข้างล่างนี้มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะกระดูกพรุนและกระดูกหัก ได้แก่

  1. ผู้หญิงอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ชายที่อายุมากกว่า 75 ปี
  2. ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 65 ปี ผู้ชายอายุน้อยกว่า 75 ปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

2.1 เคยกระดูกหักง่ายมาก่อน

2.2 ใช้ยาสเตอรอยด์ หรือ สารที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ เช่น ยาลูกกลอน ยาฉีดสเตอรอยด์ ครีมทาสเตอรอยด์ 

2.3 มีประวัติหกล้ม

2.4 มีประวัติครอบครัวกระดูกสะโพกหัก

2.5 มีสาเหตุอื่นของโรคกระดูกพรุน เช่น

  • น้ำหนักตัวน้อย
  • สูบบุหรี่ หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
  • โรคต่อมไร้ท่อบางชนิด

อาการของโรคกระดูกพรุนเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการแสดงจนกระทั่งเกิดภาวะกระดูกหัก ก็จะเกิดอาการเจ็บปวด หรือความผิดปกติของโครงสร้างกระดูก เช่น ปวดข้อมือ สะโพก หรือหลัง เนื่องจากกระดูกข้อมือ สะโพก หรือสันหลังแตกหัก

ส่วนสูงลดลงจากเดิม เนื่องจากการหักและยุบตัวของกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว เป็นต้น

หากเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วจะมีการรักษาอย่างไร

มียาหลายชนิดที่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าสามารถรักษา โรคกระดูกพรุนซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม

1 รับประทานแคลเซียมและวิตามินดี ให้พอเพียง 

2 ยาป้องกันการสลายกระดูก ได้แก่ ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต และ ฮอร์โมนเพศหญิง 

3 ยาที่กระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่ ได้แก่ ฮอร์โมนพาราไทรอยด์

4 ยาที่ออกฤทธิ์ป้องกันการสลายกระดูกและกระตุ้นการสร้างกระดูกใหม่ ได้แก่ วิตามินดี เป็ฯต้น

5 ระมัดระวังการหกล้ม หรืออุบัติเหตุ เพราะจะทำให้กระดูกหักได้ โดยแก้ไขภาวะต่างๆ ที่ผิดปกติของร่างกายที่ทำให้เกิดการหกล้มหรืออุบัติเหตุ เช่น

  • แก้ไขภาวะความดันต่ำเวลาเปลี่ยนท่า
  • แก้ไขปัญหาสายตามัว เช่น ต้อกระจก
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้ง่วงนอน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น ยากล่อมประสาท 
  • ควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย เช่น บันไดขึ้นลง แสงสว่างห้องน้ำ พื้นต่างระดับ ราวเกาะยึด เป็นต้น

วิธีป้องกัน การเกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกหัก

1 รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง อย่างสม่ำเสมอ

2 ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน การวิ่ง เต้นแอโรบิก กระโดดเชือก รำมวยจีน เต้นรำ เป็นต้น ร่วมกับการยกน้ำหนัก จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทั้งกระดูกและกล้ามเนื้อ 

3 รับแสงแดด ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี ควรจะออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า หรือยามเย็น วันละ 10-15 นาที

4 รักษาน้ำหนักตัวอย่าให้ต่ำกว่าเกณฑ์

5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน เช่น ไม่ดื่มน้ำอัดลมปริมาณมาก เพราะกรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลมทำให้เกิดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ งดการสูบบุหรี่ 

6 ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุน ในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุนหรือกระดูกหัก

กระดูกเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายของเรา หมั่นดูแลตัวเอง และดูแลกระดูกของคุณให้ดี “รักกระดูก อย่าให้กระดูกหัก” นะค่ะ ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกท่านค่ะ

ดูอะไรต่อดี

1 รักษาอาการเข่าเสื่อม ด้วยสมุนไพรไทย

————————————————————————–

ร้านค้าออนไลน์| แนะนำสินค้า

สินค้าไอที และเรื่องราวของสุขภาพ

ติดตามอ่านได้ที่

kaiusb.com

ขอบคุณค่ะ