415 Views จำนวนผู้เยี่ยมชม

อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละวัน คุณรู้หรือไม่ว่า มีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง แล้วอาหารที่เรากินมีประโยชน์หรือว่าให้โทษมากกว่ากัน ไปดูกันค่ะ

ความจริงที่น่าเศร้า

แม้ว่าเราจะสามารถทำตามหลักการทางการแพทย์ได้ แต่เราก็อาจจะไม่รอดพ้นจากโรคเรื้อรังได้ เป็นเพราะอาหารที่เรากิน ยังมีสิ่งที่เป็นอันตราย ที่ทำให้เป็นเรื่องยากที่เราจะรอดพ้นจากโรคเรื้อรังได้

อาหารทอด ปิ้ง ย่าง กินมากอาจเป็นมะเร็ง

ต่างประเทศระบุว่า ของทอด ปิ้ง ย่าง มีสารที่ชื่อว่า PAH HCA เฮทเทอโรชัยคลิกเอมีนและสารอะคริลาไมด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

มักจะเป็นอาหารที่ได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานาน เช่น อาหารที่ผ่านการทอดซ้ำๆหลายๆครั้ง โดยเราอาจจะมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งสูงมาก โดยเฉพาะทำให้เกิดมะเร็งที่บริเวณลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร เต้านม ตับ และต่อมลูกหมาก

ส่วนในอาหารปิ้ง ย่าง จะมีสารก่อมะเร็งจำนวนมาก โดยเฉพาะสาร PHA (Polycyclic aromatic hydrocarbon) เพราะสารเหล่านี้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของไขมันที่อยู่ในสัตว์ ฉะนั้น อาหาร ปิ้ง ย่าง อาหารทอดกรอบ อาหารรมควัน ที่ไหม้เกรียมก็จะมีสารชนิดนี้

ลองมองย้อนกลับมาดูอาหารที่เรากิน

ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นทอด ไก่ทอด หมูทอด กล้วยทอด ผักทอด เผือกทอด เฟรนซ์ฟราย เราเคยคิดไหมว่า เขาใช้น้ำมันที่ทอดมากี่ครั้ง และอาหารที่ทอดเสร็จแล้วยังขายไม่ได้ เขานำมาทอดซ้ำกี่ครั้งถึงจะขายได้ 

ส่วนขนมถุงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดนัท ฟาสต์ฟู้ดที่เรากิน เราเคยรู้หรือเปล่าว่า น้ำมันที่ใช้ทอดนั้นดำแค่ไหน  บางร้านอาจจะไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทอดเลย เพียงแค่เติมน้ำมันลงไปในน้ำมันเก่าที่ทอดซ้ำมาหลายๆ ครั้ง

ในขณะเดียวกัน อาหารประเภทปิ้งย่างที่เรากินเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง หมูปิ้ง ปลาดุกย่าง เครื่องในย่าง ใส้กรอกรมควัน ปลารมควัน บาร์บีคิว สเต๊ก ที่เราต่างก็เห็นว่าถูกรมด้วยควันที่มาจากถ่าน และมักจะมีเนื้อส่วนที่ไหม้จนดำ แพทย์ระบุว่า พบสารก่อมะเร็ง ในไก่ย่าง 31% หมูปิ้ง 40% และ ในปลาดุกย่างสูงถึง 81%

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็น่ากังวลเป็นอย่างยิ่งว่า เราได้รับสารก่อมะเร็งเข้าไปในร่างกายมากแค่ไหน และคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เรายังคงเสี่ยงเป็นมะเร็ง สำไล้ใหญ่ เต้านม ตับ ต่อมลูกหมาก ผิวหนัง เป็นต้น

อะไรอยู่ในอาหารของเรา

สิ่งที่ถูกใส่เพิ่มเติมลงไปในอาหารโดยฝีมือมนุษย์ ก็ยังสามารถทำให้เราป่วยหรือตายได้ เช่น สารเร่งเนื้อแดง สารกันเชื้อรา สารบอแรกซ์ สารฟอกขาว สารฟอร์มาลิน โดยสารเหล่านี้ มักจะพบเจอในอาหารที่ขายในตลาดสด เนื่องจากผู้ขายต้องการให้อาหารที่ขาด ดูสดใหม่น่ากิน 

สารบอแรกซ์ หรือน้ำประสานทอง ไม่มีกลิ่น มีรสขม บอแรกซ์ทำให้อาหารมีลักษณะหยุ่น กรอบ และมีคุณสมบัติเป็นวัตถุกันเสียด้วย อาหารที่มักตรวจพบบอแรกซ์ได้แก่

หมูสด หมูบด ปลาบด ลูกชิ้น ทอดมัน ไส้กรอก หมูยอ เกี๊ยวทอด กล้วยทอด  ผักและผลไม้ดอง ทับทิมกรอบ ลอดช่อง และวุ้น 

บอแรกซ์นั้นจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง ปวดศีรษะ ระบบสืบพันธุ์เสื่อมสมรรถภาพ ตับไตอักเสบ การทำงานของไตล้มเหลว 

สารฟอร์มาลิน หรือน้ำยาดองศพ เป็นสารละลายที่มีลักษณะเป็นของเหลงใส ไม่มีสี จึงมีการนำฟอร์มาลินมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารคงความสด ไม่เน่าเสียง่าย และเก็บรักษาได้นาน

โดยฟอร์มาลินเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก ทำให้เกิดอาการระคายเคือง และปวดแสบปวดร้อนที่ปากและคอ ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระร่วง ปวดศรีษะ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก การทำงานของตับไต หัวใจ และสมองเสื่อมลง และเสียชีวิตได้

ข้อมูลที่ชวนให้สงสัย

ข้อมูลเกี่ยวกับสารปนเปื้อนหลายอย่างในอาหาร เช่น บอแรกซ์ สารฟอกขาว สารกันรา ยาฆ่าแมลง ที่เราได้รับจากหน่วยงานราชการ มีจุดที่ชวนสงสัยว่า ในปัจจุบันอาหารส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนมากแค่ไหนกันแน่

พบว่า เขียงหมูเกือบทุกเขียงต่างก็มีหมูที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง อาหารโดยทั่วไปมีสารตกค้างประมาณ 30-35% หลังจากนั้นอีก 2 ปี หน่วยงานราชการก็ให้ข้อมูลว่า อาหารที่มีสารตกค้างลดลงเหลือราว 2-6% 

ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะเชื่อว่า อาหารที่เรากินเข้าไป น่าจะยังมีสารเหล่านี้ป่นเปื้อนอยู่ซึ่งแปลว่า ในทุกวันเรากำลังหยิบยาพิษใส่ปากตัวเองทุกวัน โดยแทบจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย

คนไทยมีโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกันมาหลายปี และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ แม้ว่าบางคนจะพยายามดูแลตัวเองในระดับหนึ่ง แต่เราก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น ก็เป็นได้ รู้สึกว่าทั้งน่าเศร้า และน่ากลัวเช่นเดียวกันค่ะ