ทำไมเราถึงเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง ไตวาย พร้อมวิธีป้องกัน

1,539 Views จำนวนผู้เยี่ยมชม

ความดันโลหิตสูง และไตวายเกิดจากอะไร ทำไมเราถึงมีความเสี่ยง พร้อมไปดูวิธีการป้องกันและแก้ไข เพื่อให้ห่างไกลโรคร้ายแรงต่างๆ 

ความดันโลหิต

หากจะเปรียบให้เข้าใจว่า ความดันโลหิตคืออะไร ให้ลองนึกภาพสายยางรดน้ำต้นไม้ เมื่อเราเปิดน้ำเต็มที่ น้ำที่ไหลผ่านสายยางก็จะทำให้เกิดแรงดันที่สูง และเมื่อหรี่ก๊อก น้ำก็จะไหลน้อยลง ทำให้แรงดันลดลง

ระบบหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นระบบไหลเวียนของเลือดทั่วร่างกาย ก็มีหัวใจทำหน้าที่คล้ายก๊อกหรือปั๊มน้ำ ที่คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทำให้เกิดแรงดันในหลอดเลือด ซึ่งจะแปรผันไปตามความแรงของการสูบฉีดของหัวใจ

นอกจากนี้ ความดันยังขึ้นอยู่กับสภาพของหลอดเลือด หากหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี เวลาที่หัวใจสูบฉีดแรง หลอดเลือดก็จะยืดขยาย ทำให้ความดันในหลอดเลือดไม่สูงเกินไป แต่หากหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อย เวลาที่หัวใจสูบฉีดแรง ความดันในหลอดเลือดก็จะสูงตามไปด้วยคะ

ค่าของความดันแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

ความดันตัวบน ซึ่งเป็นความดันในขณะที่หัวใจบีบตัว เพื่อดันเลือดให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย 

และความดันตัวล่าง ซึ่งเป็นความดันในขณะที่หัวใจคลายตัว เพื่อรับเลือดกลับมาจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย 

หัวใจบีบตัวความดันควรจะมีค่าไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท ส่วนขณะคลายตัวไม่ควรเกิน 90 มิลลิเมตรปรอท 

ความน่ากลัวของความดันสูง

หากเราปล่อยให้ความดันสูงอยู่เป็นระยะเวลานาน ก็เหมือนการใช้สายยางฉีดน้ำด้วยแรงดันสูงๆ ตลอดเวลา นั่นคือ หลอดเลือดต้องรับแรงดันที่สูงตลอดเวลา ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดตามอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้เป็นโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาเช่น

  1. โรคหัวใจโต คนเป็นความดันสูงมีโอกาสเป็นมากกว่าคนปกติถึง 3 เท่า 
  2. หลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน คนเป็นความดันสูงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจวายมากกว่าคนปกติถึง 6 เท่า
  3. หลอดเลือดสมองตีบหรือแตก คนเป็นความดันสูงมีโอกาสเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาตมากกว่าคนปกติถึง 3-17 เท่า
  4. การทำงานของไตจะเสื่อมลงเร็วกว่าคนปกติ ทำให้มีโอกาสเป็นโรคไตวายชนิดเรื้อรัง

จะเห็นว่า เมื่อเรามีความดันสูง จะทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคเรื้อรังหลายๆ ชนิดมากกว่าคนอื่นทั่วไปหลายเท่าเลยทีเดียว เรียกได้ว่า หากเราเป็นความดันสูง ก็แทบจะรอวันเป็นโรคอื่นได้เลย

ภัยเงียบที่แอบฆ่าเรา

ในปัจจุบัน คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีความดันสูงผิดปกติมากกว่า 11.5 ล้านคน เหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากเป็นความดันสูงโดยที่ไม่รู้ตัว ก็เนื่องจาก โรคนี้ไม่ค่อยปรากฏอาการที่ชัดเจนในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนแรงดันในหลอดเลือดที่สูงไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญทั่วร่างกาย แล้วกลายเป็นโรคเรื้อรัง ตอนนั้นจึงจะแสดงอาการออกมา

ด้วยเหตุนี้เราจึงควรตระหนักว่า แม้วันนี้เราจะยังไม่เข้าโรงพยาบาล หรือยังไม่ป่วย ก็ไม่ควรประมาทควรตรวจความดันเป็นประจำ เพื่อจะได้รักษาแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้เป็นหนัก เพราะอาจจะสายเกินไป

โรคไตวาย

เมื่อพูดถึงหน้าที่ของไต หากเปรียบง่ายๆ ไตก็คือ โรงบำบัดน้ำเสียของร่างกายนั่นเอง เพราะหน้าที่หลักของไตก็คือ การกรองของเสียในเลือด และควบคุมจำนวนน้ำ เกลือแร่และสารต่างๆในร่างกาย ให้อยู่ในภาวะสมดุล ในแต่ละวันจะมีเลือดไหลเวียนผ่านไตทั้ง 2 ข้างประมาณ 230 ลิตร โดยไตจะกรองน้ำและของเสียแล้วขับออกมาเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ ก่อนขับออกจากร่างกาย

โดยของเสียในเลือดส่วนหนึ่งเกิดจากอาหารที่เรากินเข้าไป และบางส่วนเกิดจากการสลายตัวของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกิดจากการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงาน โดยไตจะเลือกกรองเฉพาะของเสีย หรือสารบางอย่างที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ส่วนของที่ดีที่จำเป็นก็จะเก็บเอาไว้ในร่างกายต่อไป

ด้วยเหตุนี้ หากไตเกิดเสียสมรรถภาพในการกรองเลือดก็จะทำให้มีของเสียในเลือดมากขึ้น และส่งผลเป็นลูกโซ่ทำให้ไตเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ จนเป็นโรคไตวาย ทำให้ในเลือดมีแต่ของเสียและของมีพิษ จนผู้ป่วยจะต้องเสียชีวิตในที่สุด หากไม่ได้รับการรักษาด้วยไตเทียม หรือปลูกถ่ายไต

ต้นเหตุของความดันสูง ไตวาย

ต้นเหตุของการมีความดันสูงนั้น การกินอาหารเค็ม มีโซเดียมสูง ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน กรรมพันธุ์ อายุมาก การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า และการขาดการออกกำลังกาย 

ส่วนต้นเหตุหลักที่ทำให้เราเป็นโรคไตก็คือ โรคเบาหวาน และ ความดันสูง รวมถึงผู้ที่ดื่มน้ำน้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้เลือดมีความข้นและหนืดกว่าคนปกติ ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการกรองและจับของเสียทำให้ไตเสื่อมสภาพเร็ว จึงมีโอกาสเป็นโรคไตได้เช่นกัน

วิธีห่างไกลจากโรคความดัน ไตวาย

  1. หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดและภาวะเครียด
  2. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1.5-2 ลิตร
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ย่าต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ
  4. ควบคุมอย่าให้มีไขมันในเลือดสูง
  5. ประพฤติตนให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน ความดัน และโรคเรื้อรังอื่นๆ 
  6. รักษาน้ำหนักไม่ให้มากเกิน
  7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  8. งดแอลกอฮอล์และบุหรี่

โดยผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นความดัน โรคไต ผู้ป่วยเบาหวาน ควรจะตรวจเลือดและปัสสาวะอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อจะได้ตรวจรักษาทันท่วงที ไม่ให้เป็นหนักมากขึ้น เพื่อตัวของคุณเองคะ